วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2559


หมึกปากกาอันตรายจริงไหม
            เชื่อเหลือเกินว่าเกือบทุกคนที่ผ่านวัยเด็กมาก่อนจะต้องเคยใช้ปากกาขีดเขียนตามเนื้อตัวแกล้งเพื่อนอย่างแน่นอน กลับถึงบ้านทีไรก็จะโดนแม่บ่นเรื่องเนื้อตัวมอมแมมแถมขู่อีกว่าใช้ปากกาเขียนตัวระวังจะเป็นมะเร็ง พ่อแม่สมัยนี้ก็คงจะกลุ้มใจไม่แพ้กัน น้อยคนนักที่จะเติบโตขึ้นมาโดยไม่เคยใช้ปากกาวาดรูปตามร่างกาย แท้จริงแล้วก็เป็นเรื่องที่น่าห่วงอยู่ไม่ใช่น้อยเพราะหมึกของปากกาทำมาจากสารเคมีล้วนๆ แต่ก็มีหลายคนบอกว่าหมึกปากกาที่สัมผัสกับผิวหนังนั้นไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ จากการถกเถียงกันมาเนิ่นนานวันนี้เรามาฟังข้อสรุปกันดีกว่าว่าหมึกปากกามีอันตรายจริงหรือไม่
            หมึกปากกามีส่วนประกอบหลายชนิดคือ สี ตัวทำละลาย และสารเติมแต่งอื่นๆที่ทำให้ปากกาแต่ละยี่ห้อมีคุณสมบัติเฉพาะตัว แต่สารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายก็คือสารที่มีชื่อว่า xyleneโดยการสูดดม รับประทาน ซึมผ่านทางผิวหนังเข้าสู่กระบวนการลำเลียงไปตามกระแสเลือดและแพร่กระจายไปยังส่วนต่างๆของร่างกายจากการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่าความเป็นพิษต่อร่างกายของสารดังกล่าวสามารถแบ่งออกได้ 3 ทาง ดังนี้
1.ความเป็นพิษจากการรับประทาน
            เมื่อ Xylene เข้าสู่ร่างกายโดยการรับประทานก่อให้เกิดการระคายเคืองที่ระบบทางเดินอาหารอย่างรุนแรง ผู้ที่ได้รับ Xylene ในปริมาณมากจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ท้องร่วง และมีอาการตับอักเสบเฉียบพลัน
2.ความเป็นพิษเมื่อสัมผัสถูกผิวหนัง
            หลังจากที่ Xylene ในปริมาณเข้มข้นสัมผัสผิวหนังจะก่อให้เกิดการระคายเคืองจนไปถึงการอักเสบที่ผิวหนังบริเวณดังกล่าว
3.ความเป็นพิษหลังจากสูดดม
            เนื่องจาก Xylene สามารถระเหยเป็นไอได้ง่ายหากสูดดมเข้าไปในปริมาณเข้มข้นจะทำให้ระบบทางเดินหายใจขัดข้อง เกิดภาวะปอดอักเสบเฉียบพลัน รวมไปถึงเกิดอาการน้ำท่วมปอด
            อย่างไรก็ตามในวงการอุตสาหกรรมการผลิตปากกาได้มีการตรวจสอบปริมาณความเข้มข้นของสารเคมีที่เป็นอันตรายซึ่งก็คือXylene ในน้ำหมึกพบว่าเจือจางมากจนแทบไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเผลอรับประทาน ขีดเขียนปากกาตามผิวหนังหรือสูดดมไอระเหยเข้าไปก็ไม่มีผลข้างเคียงใดๆเว้นเสียว่าเราจะกินหมึกปากกาเข้าไปเป็นลิตร หรือลงไปว่ายในสระที่มีแต่น้ำหมึกปากกาในปริมาณมหาศาลนั่นเอง ดังนั้นใครที่เคยใช้ปากกาเขียนเล่นตามร่างกายก็ไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นมะเร็งผิวหนังเหมือนอย่างที่พ่อแม่เคยขู่ไว้ แต่เนื่องจากหมึกปากกาที่เลอะผิวหนังเป็นสารเคมีที่ทิ้งคราบฝังลึกทำให้ขจัดออกลำบาก อาจต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือน้ำมันซึ่งจะช่วยชำระล้างรอยปากกาไม่ให้เหลือคราบ




เสน่ห์ของปากกาหมึกซึม
            ตลาดปากกาในบ้านเราถูกผลิตออกมาให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นปากกาลูกลื่น ปากกาเคมี ปากกาเจล ปากกาเน้นข้อความ และที่โดดเด่นมากที่สุดเหมาะสำหรับการพกติดกระเป๋าไว้เซ็นเอกสารหรือวาดรูปตัดเส้นก็คือปากกาหมึกซึมนั่นเอง ว่ากันถึงปากกาหมึกซึมที่มีประวัติต่อเนื่องยาวนานแล้วนั้น วันนี้ก็อดไม่ได้ที่จะบอกเล่าถึงส่วนสำคัญที่สุดของปากกาดังกล่าวนั่นก็คือ ส่วนหัวของปากกาหมึกซึมหรือที่เรียกกันว่าNip นี่เอง
            หากเราลองสังเกตดีๆจะพบว่าส่วนหัวของปากกาหมึกซึมแต่ละรุ่นมีหน้าตาไม่เหมือนกัน บ้างเป็นหัวปลายมน บ้างเป็นหัวตัด และยังมีหัวลักษณะอื่นๆที่น่าสนใจอีกมากมาย โดยส่วนมากแล้วปากกาหมึกซึมที่เขียนเพลิน จดสนุก เซ็นต์สวย มักจะเป็นปากกาแบบหัวตัดที่ทำมาจากวัสดุต่างๆไม่ว่าจะเป็น หัวปากกาที่ทำมาจากสแตนเลส ซึ่งเป็นที่นิยมมากที่สุด เพราะราคาไม่แพง ทนทาน ไม่เป็นสนิม และจัดว่าเขียนลื่นในระดับหนึ่ง
สำหรับหัวปากกาหมึกซึมที่แพงขึ้นมาอีกหน่อยและเขียนลื่นกว่าแบบหัวสแตนเลสก็คือ หัวที่ทำจากทองคำ ซึ่งจะมีส่วนผสมของทองคำหลายระดับ เช่น 14K, 18K และ 21K และการเทียบเกรดก็คล้ายคลึงกับการเทียบส่วนผสมของทองคำในทองรูปพรรณโดยใช้ตัวย่อ K หรือกระรัตมาเป็นตัววัด
ในส่วนของหัวปากกาที่มีส่วนผสมของทองคำนั้นก็มีแบบชุบทอง และทองเคให้เลือกซื้อกันอีกด้วย แต่หัวปากกาชนิดนี้จะมีทองเคลือบไว้หนาแค่ระดับไมครอน ซึ่งเมื่อเขียนไปเรื่อยๆทองที่เคลือบไว้ก็จะหลุดออกไปจนหมดในที่สุด
นอกเหนือจากแบบสแตนเลสและแบบทองแล้ว ยังมีหัวปากกาที่ทำจากโลหะอิเรเดียม ซึ่งนิยมใช้ทำส่วนปลายสุดของหัวปากกาเท่านั้น เพราะโลหะชนิดนี้มีความแข็งแต่เปราะง่าย เหมาะสำหรับรับเฉพาะแรงกดหนักๆเฉพาะส่วน
ขนาดของหัวปากกาหมึกซึม
          ถ้าพูดถึงเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของปากกาหมึกซึม นอกจากจะเป็นรูปแบบของหัวปากกาที่แตกต่างกันแล้วก็คงจะเป็นขนาดลายเส้นที่มีให้เลือกตั้งแต่เส้นขนาดเล็กมากไปจนถึงเส้นขนาดใหญ่ โดยมีชื่อเรียกดังนี้ Extra Fine (EF), Fine (F), Medium (M), Broad (B) ขนาดเส้นเหล่านี้ยังแตกต่างกันระหว่างฝั่งทวีปยุโรปและทวีปเอเชียซึ่งก็คือ ญี่ปุ่น ไต้หวัน และประเทศจีนอีกด้วย กล่าวคือปากกาหมึกซึมที่มาจากฝั่งเอเชียจะมีขนาดเส้นที่เล็กกว่าฝั่งยุโรป1 ขนาด และมีชื่อเรียกเฉพาะเช่น Japanese Fine (J. Fine) หมายถึง เส้นปากกาที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น
            ส่วนจะเลือกใช้ขนาดเส้นปากกาแบบไหนนั้นก็อยู่ที่ความชอบล้วนๆ แต่ก็มีหลายคนที่เลือกใช้ปากกาหัวเล็กสำหรับงานเขียน เพราะปากกาหัวเล็กจะปล่อยน้ำหมึกออกมาไม่มากทำให้เวลาเขียนเสร็จแล้วไม่ค่อยเลอะเทอะ 
ข้อมูล "ปากกา" ดีๆจาก www.pen-perfect.com

แฟลชไดร์ฟกับข้อดีและข้อเสียของการเปลี่ยนการตั้งค่าจาก Fat 32 เป็น  NTFS
                แฟลชไดร์ฟนั้นเป็นอุปกรณ์ที่สามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้จริงๆค่ะ แถมยังสามารถปรับเปลี่ยนคุณสมบัติจากโรงงานได้อีกด้วยค่ะ  และที่เรานิยมปรับเปลี่ยนการตั้งค่าคือ การตั้งค่าจาก Fat 32 เป็น NTFS  เพื่อให้สามารถเก็บไฟล์ที่มีขนาดมากกว่า 4  GB ได้นั่นเอง  ซึ่งไฟล์นี้อาจจะเป็นไฟล์หนังที่มีความคมชัดที่ระดับ HD   เป็นต้น
                โดยการเปลี่ยนนั้นมีวิธีการง่ายๆค่ะ แต่มันก็เหมือนเป็นการดัดแปลงอุปกรณ์ เพราะฉะนั้นทุกอย่างย่อมมีข้อดีและข้อเสียแน่นอนค่ะ โดยค่าแฟลชไดร์ฟFat 32  นี้ได้รับการตั้งค่ามาจากโรงงานเดิมแต่เราจะนำมาเปลี่ยนพาติชั่น เป็น NTFS ระบบที่มีความพร้อมในการประมวลผล จากหน่วยความจำที่มีไฟล์ขนาดใหญ่นั่นเอง  ข้อดีของการเปลี่ยนพาติชั่น คือ  การที่เราสามารถบันทึกไฟล์ขนาดใหญ่ได้  เช่น  หนังที่มีความละเอียดคมชัดได้โดยบันทึกได้มากกว่า  4 GB และยังสามารถบันทึกและเข้าถึงไฟล์ได้รวดเร็วมากกว่า Fat 32 อีกด้วย จึงมีหลายคนที่อยากปรับเปลี่ยนการตั้งค่าแฟลชไดร์ฟตัวนี้ค่ะ แต่มีข้อดีแล้วก็ต้องมีข้อเสียด้วยค่ะ การที่เปลี่ยนเป็น NTFS นั้นสามารถเซฟไฟล์เพลงเล่นได้ในเครื่อง mp 3 แต่ไม่สามารถเล่นใน window  me ค่ะ   แต่นอกนั้นก็สามารถเข้ากันได้หมดค่ะ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเปลี่ยนหรือดัดแปลงอะไรก็ต้องคิดถึงผลดีผลเสียก่อนนะคะ  เพื่อจะได้เป็นการยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ได้มากกว่าทำลายค่ะ    สำหรับใครที่ต้องการเปลี่ยนนั้นอันที่จริงก็สามารถหาวิธีทำได้ง่ายๆตามอินเทอร์เน็ตเลยค่ะ  แต่ถ้าไม่สามารถเปลี่ยนได้ก็ลองให้ร้านคอมพิวเตอร์ทำให้ก็ได้ค่ะ  แต่คิดว่าของแท้ที่ติดมากับตัวเครื่องนั้นเป็นของที่มีคุณภาพที่สุดค่ะ  เพราะฉะนั้นไม่ต้องเปลี่ยนเลยดีที่สุด  โดยอาจต้องพกแฟลชไดร์ฟหลายตัวหน่อย เพราะว่าจะได้แบ่งงานเซฟลงแฟลชไดร์ฟโดยแยกประเภทการจัดเก็บก็ได้ค่ะ  อาจจะยุ่งยากในการพกพาแต่ก็ไม่ต้องดัดแปลงอะไรเลยค่ะ

                แฟลชไดร์ฟนั้นจึงถือเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์และช่วยให้การทำงานของคุณสะดวกรวดเร็วด้วย  รวมทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนคุณสมบัติได้ตามที่คุณต้องการ  เพราะฉะนั้นใครที่ยังไม่มีแฟลชไดร์ฟน่าจะหามาใช้ค่ะ  รับรองได้เลยว่าคุณจะได้รับความสะดวกสบายในการทำงาน  ไม่ว่าจะไปที่ไหนหรือทำอะไรก็สามารถพกพาไปได้ตลอดเวลาค่ะ   อย่าลืมนะคะถ้าการทำงานของคุณต้องมีการบันทึกไฟล์งานและนำมาถ่ายโอนให้กับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆล่ะก็ แฟลชไดร์ฟจะเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมากในการทำงานที่คุณขาดไม่ได้เลยค่ะ แค่มีเจ้านี่ตัวเดียวก็ทำงานได้ร้อยแปดอย่างเลย

วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559

แนะนำวิธีการ Format แฟลชไดร์ฟอย่างถูกต้อง



แฟลชไดร์ฟถือเป็นอุปกรณ์อีเล็กโทรนิคที่สามารถใช้เก็บข้อมูลหรือไฟล์ต่างๆบนคอมพิวเตอร์อย่างอิสระ ด้วยความสะดวกและการใช้งานที่แสนง่ายทำให้มันกลายเป็นอุปกรณ์ที่เหล่าคนทำงานหสาย it พนักงงานออฟฟิส หรือแม้แต่นักเรียนนักศึกษา พกติดตัวกันวันอยู๋แทบจะทุกผู้ทุกคน ซึ่งมันจะทำหน้าที่เป็นหน่วยความจำแบบแฟลชและสามารถเชื่อมต่อผ่านทางช่อง USB port ซึ่งถือว่าเป็นการเชื่อมต่อที่ง่ายที่สุด แต่หากคุณเก็บข้อมูลเหล่านั้นงบนแฟลชไดร์ฟมากจนเกินไปอาจจะทำให้ความจุไม่เพียงพอแถมยังเต็มไปข้อมูลที่คุณไม่ต้องการใช้งาน ฉะนั้นเราจึงอยากจะแนะนำวิธีการในการฟอร์แมตแฟลชไดร์ฟที่ถูกต้องมาฝากกัน
ให้คุณเตรียมอุปกรณ์ให้เรียบร้อยเพียงใช้คอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องกับแฟลชไดร์ฟคู่ใจของคุณ เมื่อนำแฟลชไดร์ฟมาเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแบะตรวจพบไดรฟ์ของแฟลชไดร์ฟ ให้ทำการเข้าไปที่ My computer และคลิ๊กขวาที่ไดรฟ์ของแฟลชไดร์ฟ ซึ่งในแต่ละคอมพิวเตอร์จะปรากฏจำนวนของไดรฟ์ไม่เหมือนกันฉะนั้นต้องตรวจเช็คให้ดีว่าไดรฟ์นั้นเป็นไดรฟ์ของแฟลชไดร์ฟอย่างแท้จริง จากนั้นให้คลิ๊กขวาที่ไดรฟ์ดั่งกล่าวและเลือกที่เมนู Format.. จากนั้นจะพบกัยหน้าต่างใหม่ปรากฏขึ้นมาให้คุณตรวจสอบรายละเอียดต่างๆโดยสังเกตุที่ File System โดยปกติแล้วเราจะทำการตั้งค่าไว้ที่ FAT เป็นส่วนใหญ่เพราะฟอร์แมตนี้จะสามารถเขียนและอ่านได้อย่างสะดวกมากที่สุด  จากนั้นให้กดเลือก Quick Format เพื่อช่วยให้การ  Format เป็นไปได้ด้สนความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น จากนั้นให้ทำการกด Start ระบบจะเริ่มทำการล้างข้อมูลต่างๆภายในแฟลชไดร์ฟจนหมด นอกจากนั้นยังมีวิธีการ Format แฟลชไดร์ฟอีกวิธีหนึ่งในกรณีที่แฟลชไดร์ฟเกิดติดไวรัสหรือไม่สามารถเชื่อมต่อและเปิดขึ้นได้ตามปกติ ให้คุณเชื่อมต่อแฟลชไดร์ฟเข้ากับคอมพิวเตอร์ เข้าไปที่ Start menu เลือก run จากนั้นจะปรากฏแถบให้เราพิมคำว่า cmdกด Enter จากนั้นจะปรากฏหน้าต่างสีดำของระบบ Dos ให้คุณพิมพ์ชื่อไดรฟ์ของคุณ เช่น หากไดรฟ์F คือไดรฟ์ของแฟลชไดร์ฟให้พิมพ์ว่า F:/fs:FAT32 จากนั้นกด Enter ระบบจะทำการถามอีกครั้งให้พิมพ์ y เพื่อตอบ Yes เพียงเท่านี้ระบบก็จะทำการ Format ให้โดยทันที

โดยปกติแล้วการ Format ภายในแฟลชไดร์ฟไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นที่เราจะต้องทำบ่อยครั้งนัก เพราะโดยปกติแล้วหากเรามีการใช้แฟลชไดร์ฟร่วมกับคอมพิวเตอร์เราจะสามารถทำการ Scan Disk เพื่อช่วยดูแลความเรียบร้อยของตัวเก็บข้อมูลให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ยิ่งหากใครได้ทำการแสกนเพื่อทำการค้นหาและกำจัดไวรัสอันเป็นปัญหาหลักของแฟลชไดร์ฟก็จะยิ่งทำให้การใช้เป็นได้อย่างราบรื่น ไม่มีปัญหาในเรื่องของ ข้อมูลสูญหาย ไม่สามารถเชื่อมต่อได้ หรือทำให้ข้อมูลคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นๆเสียหาย ฉะนั้นการ Format จึงเป็นทางเลือกหลังๆเพื่อที่จะใช้เคลียร์ทรัพยกรณ์ ความจุ หรือความปลอดภัยของแฟลชไดร์ฟให้สามารถกลับมาทำงานได้ตามปกตินั่นเอง

วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ทำอย่างใรให้ใช้ แฟลชไดร์ฟ กับมือถือ และแทบเลตแอนดรอยด์ได้
เชื่อว่าหลายๆคนคงจะมีคำถามนี้เกิดขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณมีหนังเรื่องเด็ดอยู่ในแฟลชไดร์ฟของคุณด้วยแล้วล่ะก็ ความอยากดูและคำถามนี้จะผุดขึ้นมาเชียวล่ะ หรือสำหรับคนที่ต้องการดูหนังฟังเพลงในมือถือ แต่ไม่อยากเปลืองหน่วยความจำมากนัก

เมื่อก่อนหลายคนอาจจะมองว่าเป็นการยากที่เราจะเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน หรือ แทบเลตเข้ากับแฟลชไดร์ฟ เพราะซอฟต์แวร์ของอุปกรณ์มักจะไม่เข้ากัน แต่ในปัจจุบันมือถือ และแทบเลตรุ่นใหม่ๆได้รับการพัฒนาให้สามารถใช้งานกับอุปกรณ์ได้อย่างหลากหลายมากขึ้น และมักจะมีอุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้ทำงานร่วมกับแฟลชไดร์ฟได้โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงกับการ ROOT เครื่องให้เสียหายอีกต่อไป ซึ่งในหัวข้อนี้เราจะมานำเสนอวิธีการเชื่อมต่อแฟลชไดร์ฟ กับมือถือโดยที่ไม่ต้อง ROOT เครื่อง ซึ่งทำได้ ดังนี้

1.       ต่อสาย OTG-USB หรือที่หลายคนมักจะเรียกกันว่าสายดาต้านั่นเอง ซึ่งในปัจจุบัน มีมือถือหลายค่ายทีเดียวที่มักจะแถมสายนี้มากับตัวเครื่อง หรือหากไม่มีจริงๆ คุณสามารถหาซื้อได้ตาม ร้านขายอุปกรณ์มือถือชั้นนำได้ สาย OTG จะทำหน้าที่เป็นเหมือนตัวเชื่อมระหว่า แฟลชไดร์ฟ กับโทรศัพท์ ทำให้การถ่ายโอนข้อมูลทำได้ง่ายมากขึ้น นอกจากจะใช้เป็นตัวช่วยสำหรับการต่อแฟลชไดร์ฟ กับมือถือแล้ว สาย OTG ยังมีประโยชน์สำหรับคนที่ชอบเล่นเกม หรือทำงานโดยไม่ใช้คอมพิวเตอร์อีกด้วย เพราะสามารถใช้เชื่อมคียบอร์ด หรือเม้าท์ กับโทรศัพท์ หรือแทบเลตก็ได้
2.       อย่าลืมตรวจสอบระบบไฟล์ โดยปกติแล้ว แฟลชไดร์ฟ ที่จะนำมาเชื่อมต่อกับมือถือ ควรจะมีรูปแบบการจัดเก็บไฟล์เป็น FAT32 หรือหากเป็นมือถือรุ่นใหม่ๆหน่อย อาจจะถูกออกแบบมาให้สามารถรองรับระบบการจัดเก็บไฟล์ที่หลากหลายมากขึ้น เช่น  exFAT ซึ่งหากไม่มีรูปแบบการจัดเก็บไฟล์ดังกล่าว ก็อาจจะทำให้มือถือไม่สามารถอ่านข้อมูลจาก แฟลชไดร์ฟ ได้
3.       สำหรับอุปกรณ์มือถือส่วนใหญ่ คุณไม่จำเป็นต้องทำการเปลี่ยนแปลงซอฟต์แวร์ของโทรศัพท์ หรือแทบเลตโดยการ ROOT แต่อย่างใด เพราะเมื่อทำการเชื่อมต่อผ่านสาย OTG แล้ว มักจะขึ้นการแจ้งเตือนที่หน้าจอทันทีว่า มีไดร์ฟที่เสียบเข้ามาใหม่ ในรูปแบบของสื่อ และการดถ่ายโอนข้อมูล ซึ่งคุณสามารถทำการอ่าน และลบแก้ไขข้อมูลในแฟลชไดร์ฟ ได้ทันที ผ่านมือถือ แต่หากเป็นมือถือรุ่นเก่าๆ อาจจะต้องทำการ ROOT เพื่ออัพเดทระบบปฏิบัติการให้สามารถรองรับการใช้งานกับ แฟลชไดร์ฟ ได้
เพียงแค่นี้คุณก็สามารถแก้ไขงาน หรือสนุกไปกับการดูหนังฟังเพลง แบบง่ายๆ และไม่เสียอินเตอร์เน็ต ด้วยการเชื่อมต่อระหว่างมือถือ และแฟลชไดร์ฟ แบบง่ายๆเท่านั้นเอง


วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2559

ปากกา สีดำ กับสีน้ำเงิน อันไหนใช้เขียนกันแน่

ปากกา มีอยู่หลายสี... เรื่องนี้ทุกคนรับทราบกันอยู่ทั่วไป แต่ปากกาที่นิยมใช้กันจริงๆ ที่เราเห็นๆ กันอยู่ ส่วนใหญ่จะมีเพียง 3 สีหลักๆ ได้แก่ สีน้ำเงิน สีดำ และสีแดง แต่อย่างไรก็ตาม ปากกา ที่มีหมึกสีแดง เราใช้เฉพาะในการขีดเส้น เน้นคำ หรือทำเครื่องหมาย หรือเขียนแสดงความเห็นที่ต้องการเน้นให้เห็นอย่างเด่นชัดเท่านั้น ไม่นิยมใช้เขียนทั่วไป การเขียนจะใช้ ปากกาน้ำเงิน กับปากกาดำ เป็นหลัก แต่... ก็มีคำถามเกิดขึ้นว่า ปากกา สีใดกันแน่ที่ถูกต้องและเหมาะสมในการใช้เขียน !? 
หลายคนนิยมใช้ปากกาน้ำเงินมากกว่า สาเหตุอาจเกิดจากตอนที่เราเรียนหนังสือ ตั้งแต่ชั้นประถมตอนปลาย (ส่วนใหญ่คุณครูในโรงเรียนจะให้เด็กๆ หัดใช้ปากกาเขียนตั้งแต่ ป.5 ขึ้นไป แต่บางแห่งก็ตั้งแต่ ป. 4 ก็มีเหมือนกัน) การใช้ ปากกา ที่เป็นสีน้ำเงินบ่อยๆ กลายเป็นความเคยชินและเชื่อกันว่ามันคือปากกาสีที่เหมาะใช้สำหรับเขียนก็คือสีน้ำเงิน แถมบางที ถ้านักเรียนคนไหนใช้ปากกาดำเขียน อาจถูกคุณครูดุอีกว่าทำไมใช้ ปากกา สีนี้ในการเขียน ดังนั้นไม่แปลกเลยที่คนจำนวนไม่น้อยคิดว่า ปากกาน้ำเงินนี่แหละเป็นสีที่ใช้สำหรับการเขียน...
อีกทั้งยังความน่าสนใจว่าเวลาที่เราทำการสำเนาเอกสารเป็นสีขาวดำ หากเราใช้หมึกดำ ก็คงดูออกได้ยากว่าอันไหนสำเนาอันไหนตัวจริง และหากกลับมาที่การเรียนการสอน เวลาคุณครูตรวจให้คะแนนถูกผิดก็นิยมใช้ปากกาแดงส่วนเวลาลงความเห็น ในการตรวจก็นิยมใช้ปากกาดำเขียน เพื่อให้สามารถแยกได้ชัดเจนว่านี่เป็นการเขียนความคิดเห็นของคุณครู... นี่อาจเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความนิยมในการใช้ปากกาน้ำเงินแพร่หลายและถือว่าเป็น ปากกา ที่ใช้หรับการเขียนมากกว่าปากกาสีดำ
อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวเป็นการใช้ ปากกา เขียน ที่เราพบกันทั่วไปในประเทศไทย เพราะ... หากเราไปดูในฝรั่งยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา ความนิยมและรูปแบบในการใช้สีของ ปากกา ก็มีความแตกต่างออกไป เพราะเราจะพบได้ว่าคนในต่างประเทศนิยมใช้ ปากกา ที่เป็นหมึกสีดำมากกว่า โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา การใช้ปากกาดำเป็นเรื่องปกติ ! หนึ่งในสาเหตุที่ทราบว่าก็ด้วยเหตุว่า สีดำเป็นสีแรกของหมึกที่ใช้กันในการเขียนมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นมีการใช้หมึกขีดเขียนเป็นตัวอักษร...
ดังนั้น เราคงยังยากที่จะสามารถสรุปได้ว่า ปากกา ที่ใช้น้ำหมึกดำ หรือน้ำหมึกน้ำเงิน เป็นแบบที่สมควรใช้ในการเขียนมากกว่ากัน แต่ก่อนใช้ก็ควรดูความเหมาะสมและความนิยมของสังคมที่เราอยู่นั้นด้วย เพื่อจะได้ใช้งานสีของหมึกได้สอดคล้องและมีความเข้าใจที่ตรงกัน

วันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2559

กระบอกน้ำ ไอเท็มสุดฮิตไว้แจกสำหรับจัดโปรโมชั่น!!



ความฮิตของการแจกกระบอกน้ำ กลายเป็นกระแสที่น่าสนใจ ที่หลายๆบริษัท นิยมนำกระบอกน้ำมาจัดโปรโมชั่นกันตลอดที่งปี ซึ่งผลลัพธ์ก็คือทำให้ลูกค้า สนใจเป็นกันอย่างล้นหลามเลยละสิ
!! เพื่อสีสันได้อย่างมากเลยทีเดียวนะถึงแม้กระทั่งปีที่ผ่านมาจะมีของสั่งของจากเราเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังคงผลิตได้อย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น กระบอกน้ำ พลาสติก กระบอกน้ำสแตเลสต่างๆ ยกตัวอย่างแคมเปญแจกกระบอกน้ำที่มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมากเช่น กระบอกน้ำริคุมะของ 7-11 อย่างไงละ ผลิตกันแทบไม่ทันเลยทีเดียว ซึ่งตัวการ์ตูนที่น่ารัก และมีฐานแฟนคลับอยู่แล้วนั้นทำให้ไม่ต้องสงสัยเลย ทำไมแคมแปญนี้ถึงประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว หากคุณต้องการกระบอกน้ำพลาสติกเนื้อดี คุณภาพ พิมพ์ลายสีงามแล้วล่ะก้อมาเยี่ยมเว็บไซต์ของเราได้เพื่อท่านจะได้ กระบอกน้ำสำหรับจัดแคมเปญต่างๆให้ลูกค้า

chc thaiintertrade มีการนำเข้าและจัดจำหน่ายกระบอกน้ำหลากหลายขนาดและหลายความจุ สิ่งแรกที่ผมสังเกตเห็นคือกระบอกน้ำ ที่นี้ค่อนข้างที่มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นกระบอกน้ำที่หล่น และไม่แจก กระบอกน้ำกันล้มต่างๆ ก็ทำได้ออกมาดีเลยทีเดียว แถมยังมีการเคลือบผิววัสดุแบบพิเศษอีกด้วย ทำให้ทุกคนมั่นใจได้ถึงคุณภาพกระบอกน้ำได้เลย มีทั้งแบบ พลาสติก ปลอดสาร BPA และ stanless ถ้าคุณได้สัมผัสคุณจะรู้สึกได้ถึงความสะดวกสบายเมื่อนำไปล้างทำความสะอาด
อย่างที่คุณรู้สิ่งที่ช่วยให้การเดินทาง ของคุณดีขึ้น และสะดวกขึ้นคือ นำกระบอกน้ำ ดีๆสักชิ้นติดไปด้วยนั่นเอง
ถ้าหากต้องการเยี่ยมชมกระบอกน้ำที่ ผมได้อธิบายมานั้นสามารถเข้าชมได้ตามที่อยู่เว็บไซต์ดังต่อไปนี้

ที่มา: www.chcthaiintertrade.com